วันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2558


ประวัติและการก่อตั้งสหประชาชาติ


สัญญาลักษณ์สหประชาชาติ


ประเทศสมาชิกของสหประชาชาติ

สำนักงานใหญ่ เขตนานาชาติตั้งอยู่ในแมนฮัตตัน นครนิวยอร์ก รัฐนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา

ภาษาทางการ ภาษาอาหรับ ภาษาจีน ภาษาอังกฤษ ภาษาฝรั่งเศส ภาษารัสเซีย และภาษาสเปน

รัฐประเทศสมาชิก 193 ประเทศ


ผู้นำ เลขาธิการแห่งสหประชาชาติ บัน คี มูน

การก่อตั้ง
  กฎบัตรสหประชาชาติ 26 มิถุนายน ค.ศ. 1945 
  การบังคับใช้กฎบัตร 24 ตุลาคม ค.ศ. 1945 


จุดประสงค์และการก่อตั้งสหประชาชาติ

สหประชาชาติ (อังกฤษ: United Nations; ตัวย่อ: UN) หรือ องค์การสหประชาชาติ เป็นองค์การระหว่างประเทศซึ่งมีความมุ่งหมายที่แถลงไว้เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ความร่วมมือในกฎหมายระหว่างประเทศ ความมั่นคงระหว่างประเทศ การพัฒนาเศรษฐกิจ กระบวนการทางสังคม สิทธิมนุษยชน และการบรรลุสันติภาพโลก สหประชาชาติก่อตั้งขึ้นใน ค.ศ. 1945 หลังสงครามโลกครั้งที่สอง เพื่อแทนที่สันนิบาตชาติ เพื่อยุติสงครามระหว่างประเทศ เพื่อเป็นเวทีสำหรับการเจรจา สหประชาชาติมีองค์กรจำนวนมากเพื่อนำภารกิจไปปฏิบัติ

สหประชาชาติมีสมาชิกทั้งหมด 193 ประเทศ ระบบสหประชาชาติอยู่บนพื้นฐานของ 6 องค์กรหลัก ได้แก่ สมัชชาใหญ่ คณะมนตรีความมั่นคง คณะมนตรีเศรษฐกิจและสังคม สำนักงานเลขาธิการ และศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ รวมถึงคณะมนตรีภาวะทรัสตีที่ปัจจุบันยุติการทำงานแล้ว นอกจากนี้ยังมีองค์กรอื่น ๆ อีกเช่น องค์การอนามัยโลก ยูเนสโก และยูนิเซฟ ตำแหน่งที่โดดเด่นที่สุดของสหประชาชาติ คือ เลขาธิการสหประชาชาติ ผู้ดำรงตำแหน่งคนปัจจุบัน คือ บัน คี มุน ชาวเกาหลีใต้ ซึ่งเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 2007 ต่อจากโคฟี อันนัน


ประวัติการก่อตั้งสหประชาชาติ

สหประชาชาติถูกก่อตั้งขึ้นเพื่อสืบทอดองค์การสันนิบาตชาติ ซึ่งถูกมองว่าไร้ประสิทธิภาพที่จะธำรงรักษาสันติภาพ ดังที่เห็นได้จากความล้มเหลวในการป้องกันสงครามโลกครั้งที่สอง คำว่า "สหประชาชาติ" เป็นแนวคิดของ แฟรงกลิน ดี. โรสเวลต์และวินสตัน เชอร์ชิลล์[2] ถูกใช้ครั้งแรกในกฎบัตรสหประชาชาติ เมื่อปี ค.ศ. 1942 ซึ่งเป็นการรวบรวมเอาประเทศฝ่ายสัมพันธมิตร 26 ประเทศในสงครามโลกครั้งที่สองเข้าด้วยกันภายใต้การลงนามในกฎบัตรแอตแลนติก และกลายเป็นคำที่ใช้เรียกองค์การนี้ในที่สุด ในปี ค.ศ. 1944 ตัวแทนจากประเทศฝรั่งเศส สาธารณรัฐจีน สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา และสหภาพโซเวียต ได้เข้าร่วมประชุมเพื่อวางแผนการก่อตั้งสหประชาชาติที่ดัมบาตันโอกส์ ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. การประชุมครั้งนั้นและครั้งต่อ ๆ มา ทำให้เกิดรากฐานความร่วมมือกันระหว่างประเทศเพื่อนำไปสู่สันติภาพ ความมั่นคง ความร่วมมือทางเศรษฐกิจและสังคม โดยแผนเหล่านี้ได้ผ่านการถกเถียงอภิปรายจากรัฐบาลและประชาชนจากทั่วโลก


การลงนามในกฎบัตรสหประชาชาติ ณ ซานฟรานซิสโก ปี ค.ศ. 1945
เมื่อใกล้สิ้นสุดสงคราม การประชุมสหประชาชาติว่าด้วยองค์การระหว่างประเทศ เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 25 เมษายน ค.ศ. 1945 ที่นครซานฟรานซิสโก ตัวแทนจาก 50 ประเทศได้ลงนามในกฎบัตรสหประชาชาติเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน ยกเว้นโปแลนด์ที่ไม่สามารถส่งผู้แทนเข้าร่วมประชุมได้แต่ได้รับการพิจารณาให้เป็นสมาชิกดั้งเดิม รวมเป็น 51 ประเทศ แม้สันนิบาตชาติจะถูกล้มเลิกไป แต่อุดมการณ์ส่วนใหญ่และโครงสร้างบางประการได้ถูกกำหนดไว้ในกฎบัตรโดยได้รับการพัฒนาให้เหมาะสมกับโลกใหม่ที่ซับซ้อนมากขึ้น หลังจากกฎบัตรผ่านการลงนามจากสมาชิก สหประชาชาติจึงได้รับการสถาปนาอย่างเป็นทางการเมื่อกฎบัตรมีผลบังคับใช้ในวันที่ 24 ตุลาคม ค.ศ. 1945 หลังจากนั้น การประชุมสมัชชาครั้งแรกเกิดขึ้นที่กรุงลอนดอน เมื่อเดือนมกราคม ค.ศ. 1946


สหประชาติเป็นองการเพื่อสันติภาพของโลกภายในระหว่างประเทศ
เพื่อไม่ให้มีสงครามอีกเพราะเห็นถึงความเลวร้ายในสงครามโลกครั้งที่2

ขอขอบคุณที่มาจาก https://th.wikipedia.org

ขอจบเพียงเท่านี้ขอบคุณครับ


วันพุธที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2558

องค์การนาซา(NASA)
ชื่อเติม องค์การบริหารการบินและอวกาศนาซา

สัญญาลักษณ์ขององค์การนาซา

ที่ทำการอยู่ที่ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี

ก่อตั้งเมื่อวันที่29 กรกฎาคม ค.ศ.1958

มีบุคลากรทั้งหมด 18,100+

ผู้บริหาร ชาลส์ โบลเดน

ในการกำกับดูแล รัฐบาลสหรัฐอเมริกา


เนื้อหาหลักโดยย่อ

องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติหรือ นาซา (อังกฤษ: National Aeronautics and Space Administration - NASA) ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2501 (ค.ศ. 1958) ตามรัฐบัญญัติการบินและอวกาศแห่งชาติ เป็นหน่วยงานส่วนราชการ รับผิดชอบในโครงการอวกาศและงานวิจัยห้วงอากาศอวกาศ (aerospace) ระยะยาวของสหรัฐอเมริกา คอยจัดการหรือควบคุมระบบงานวิจัยทั้งกับฝ่ายพลเรือนและฝ่ายทหาร ในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2549 องค์การนาซาได้ประกาศภารกิจหลักคือการบุกเบิกอนาคตแห่งการสำรวจอวกาศ การค้นพบทางวิทยาศาสตร์ และงานวิจัยทางการบินและอวกาศ
คำขวัญขององค์การนาซาคือ "เพื่อประโยชน์ของคนทุกคน"

องค์การนาซาเป็นองค์การมี่ก่อตั้งขึ้นเพื่อสำรวจอวกาศและเทคโนโลยีบนอวกาศ
ขอจบเพียงเท่านี้ขอบคุณครับ



ขอขอบคุณจากhttps://th.m.wikipedia.org






พระราชวังแวร์ซาย


พระราชวังแวร์ซาย ( Château de Versailles) เป็นพระราชวังหลวงแห่งหนึ่งของประเทศฝรั่งเศส   ตั้งอยู่ที่แวร์ซายซึ่งปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของ  กรุงปารีส         พระราชวังแวร์ซายเป็นพระราชวังที่ยิ่งใหญ่และสวยงามแห่งหนึ่งของโลก

ประวัติของพระราชวังแวร์ซาย

เดิมนั้น เมืองแวร์ซายเป็นเพียงเมืองเล็ก ๆ แห่งหนึ่งเท่านั้น มีผู้คนอาศัยอยู่เบาบาง บริเวณส่วนใหญ่เป็นป่าเขา เยี่ยงชนบทอื่น ๆ ของฝรั่งเศส เมื่อพระเจ้าหลุยส์ที่13 แห่งฝรั่งเศสยังทรงพระเยาว์ ขณะพระชนมายุได้ 23 พระชันษา ทรงนิยมล่าสัตว์ในป่า และทรงเห็นว่าตำบลแวร์ซายน่าจะเหมาะแก่การประทับเพื่อล่าสัตว์ จึงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระตำหนักขึ้นมาใน พ.ศ.2167 โดยในช่วงแรกเป็นเพียงกระท่อมเล็กๆ สำหรับพักชั่วคราวเท่านั้น
เมื่อ  พระเจ้าหลุยส์ที่14 แห่งฝรั่งเศสแห่งฝรั่งเศส ขึ้นครองบัลลังก์ มีประสงค์ที่จะสร้างพระราชวังแห่งใหม่ เพื่อเป็นศูนย์กลางในการปกครองของพระองค์ จึงเริ่มปรับปรุงพระตำหนักเดิมในปี พ.ศ.2204 ใช้เงินทั้งหมด 500,000,000 ฟรังก์ คนงาน 30,000 คน และใช้เวลาอยู่ถึง 30 ปีจึงแล้วเสร็จในพ.ศ.2231ทุกส่วนทำด้วยหินอ่อนสีขาว เป็นแบบอย่างศิลปกรรมที่งดงามมาก ภาย ในแบ่งออกเป็นห้องๆ เช่น ห้องบรรทม ห้องเสวย ห้องสำราญ ฯลฯ ทุกห้องล้วนมีเครื่องประดับงดงามตระการตาและภาพเขียนที่มีชื่อเสียง
การก่อสร้างพระราชวังแวร์ซายแห่งนี้ได้นำเงินมาจากค่าภาษีอากรของราษฎรชาวฝรั่งเศส ต่อมาจึงได้มีกองทัพประชาชนบุกเข้ายึดพระราชวังและจับพระเจ้าหลุยส์ที่16 แห่งฝรั่งเศส กับพระนางมารี อองตัวเนตประหารด้วยกิโยติน ในวันที่ 16ตุลาคม พ.ศ.2332 ปัจจุบันพระราชวังแวร์ซายยังอยู่ในสภาพดีและเปิดให้ประชาชนเข้าชมได้
ภาพพาโนรามาของบริเวณพระราชวังแวร์ซาย
ในพระราชวังแวร์ซายมี - ทั้งหมด 700 ห้อง หน้าต่าง2000บาน เต่าผิง1250แห่งสวน1800เอเคอร์ น้ำพุ1400จุด - ภาพวาดทั้งหมด 6,123 ภาพ - งานแกะสลักทั้งหมด 15,034 ชิ้น 

สวนในพระราชวังแวร์ซาย

พระราชวังแวร์ซายถูกสร้างโดยพระเจ้าหลุยส์ที่14ที่เป็นบ้านและที่ทำงานของพระองค์อีกด้วย

ขอบคุณที่เข้ามาดูกันนะครับ

ขอบคุณข้อมูลจาก  https://th.m.wikipedia.org